วิธีใช้เครื่องคำนวณนี้
- กรอก ยอดเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย และ ระยะเวลากู้ เป็นเดือน
- ใส่ ค่าธรรมเนียมที่จ่ายล่วงหน้า เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าประกันที่บังคับ หรือค่าอากรแสตมป์
- ดู APR (อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี) เทียบกับดอกเบี้ยที่ธนาคารเสนอ
- ดู ต้นทุนการกู้รวม และ เงินที่ได้รับจริง หลังหักค่าธรรมเนียม
APR ต่างจากดอกเบี้ยอย่างไร
ดอกเบี้ยบอกแค่ราคาของเงินที่กู้ แต่ค่าธรรมเนียมที่จ่ายล่วงหน้าทำให้คุณได้เงินน้อยกว่ายอดกู้ ในขณะที่ยังต้องผ่อนตามยอดเต็ม APR คืออัตราดอกเบี้ยต่อปีที่ทำให้เงินที่ได้รับจริงเท่ากับมูลค่าของค่างวดทั้งหมด
เงินที่ได้รับจริง = Σ ค่างวด ÷ (1 + i)^t แก้หา i แล้ว APR = i × 12- เงินที่ได้รับจริง = ยอดกู้ − ค่าธรรมเนียมล่วงหน้า
- ค่างวด = P × r(1 + r)^n / ((1 + r)^n − 1)
- i = อัตราดอกเบี้ยต่อเดือนที่รวมค่าธรรมเนียมแล้ว
เครื่องมือคำนวณค่างวดจากดอกเบี้ยและยอดกู้ก่อน แล้วหาอัตรารายเดือนที่ทำให้ค่างวดเหล่านั้นมีมูลค่าเท่ากับเงินที่ได้รับจริง (ยอดกู้หักค่าธรรมเนียม) แล้วคูณ 12 ให้เป็นอัตราต่อปี
ตัวอย่าง: กู้ 500,000 บาท ดอกเบี้ย 10% มีค่าธรรมเนียม 15,000 บาท
กู้ 500,000 บาท ดอกเบี้ย 10% ต่อปี ผ่อน 48 เดือน ค่างวดคือ 12,681 บาท ดอกเบี้ยรวม 108,702 บาท ถ้ามีค่าธรรมเนียมล่วงหน้า 15,000 บาท คุณได้รับเงินจริง 485,000 บาท และต้นทุนการกู้รวมเป็น 123,702 บาท
เมื่อรวมค่าธรรมเนียม APR จะอยู่ที่ 11.62% ต่อปี สูงกว่าดอกเบี้ยที่โฆษณา 10% ส่วนต่างนี้คือต้นทุนที่มองไม่เห็นถ้าดูแค่ดอกเบี้ย
ใช้ APR เปรียบเทียบข้อเสนออย่างไร
เมื่อเทียบสินเชื่อหลายแห่ง ให้ใส่ค่าธรรมเนียมของแต่ละแห่งแล้วเทียบ APR แทนการดูแค่ดอกเบี้ย สินเชื่อที่ดอกเบี้ยต่ำแต่ค่าธรรมเนียมสูงอาจแพงกว่าสินเชื่อที่ดอกเบี้ยสูงกว่าเล็กน้อยแต่ไม่มีค่าธรรมเนียม
ระยะเวลาสั้นทำให้ค่าธรรมเนียมกระทบ APR มากกว่า เพราะถูกเฉลี่ยในเวลาน้อย ใช้ เครื่องคำนวณเปรียบเทียบสินเชื่อ วางสองข้อเสนอเทียบกัน และดู เครื่องคำนวณดอกเบี้ยจากค่างวด ถ้ารู้แค่ค่างวด
สิ่งที่ควรระวัง
- ค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจากยอดที่อนุมัติ ทำให้ได้เงินน้อยกว่าที่คิด
- เบี้ยประกันที่ผูกกับสินเชื่ออาจถูกรวมเข้ายอดกู้ ให้ถามว่าบังคับหรือไม่
- ดอกเบี้ยแบบ flat rate ให้ตัวเลขดูต่ำ แต่ดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงกว่ามาก ตรวจด้วย เครื่องคำนวณ flat rate
- ถ้าปิดบัญชีก่อนกำหนด ค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปแล้วจะไม่ได้คืน APR จริงจึงสูงขึ้น
ข้อสมมติและข้อจำกัด
เครื่องมือสมมติว่าดอกเบี้ยคงที่ ค่างวดเท่ากันทุกเดือน และคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก APR ที่คำนวณได้เป็นอัตรารายเดือนคูณ 12 ไม่ใช่อัตราทบต้นรายปี ซึ่งจะสูงกว่าเล็กน้อย ผู้ให้กู้แต่ละรายอาจใช้วิธีคิดต่างกันเล็กน้อย ตรวจสอบวิธีคิดและเอกสารสรุปค่าใช้จ่ายกับผู้ให้กู้ก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
APR คืออะไร
อัตราดอกเบี้ยต่อปีที่รวมค่าธรรมเนียมล่วงหน้าแล้ว ช่วยเทียบต้นทุนจริงของสินเชื่อต่างแห่ง
ทำไม APR สูงกว่าดอกเบี้ยที่โฆษณา
เพราะค่าธรรมเนียมทำให้ได้รับเงินน้อยกว่ายอดกู้ แต่ยังต้องผ่อนตามยอดเต็ม ต้นทุนต่อเงินที่ได้จริงจึงสูงขึ้น
APR กับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเหมือนกันไหม
ใกล้เคียงกัน ต่างกันที่วิธีรวมค่าธรรมเนียมและการทบต้น ใช้เทียบแบบเดียวกันทุกข้อเสนอ
ค่าธรรมเนียมแบบไหนควรใส่
ใส่ค่าที่จ่ายล่วงหน้าหรือหักจากยอดกู้เพื่อให้ได้สินเชื่อ เช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าประเมิน หรือเบี้ยประกันที่บังคับ