Numfino

คำนวณสินเชื่อจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย

บางสินเชื่อให้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยในช่วงแรกเพื่อให้ค่างวดต่ำ แต่เงินต้นยังไม่ลด เครื่องมือนี้แสดงว่าค่างวดจะพุ่งขึ้นเท่าไรหลังหมดช่วงนั้น และต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเท่าไรเทียบกับสินเชื่อปกติ

THB
%
ปี
ปี
ค่างวดจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย฿15,000
ค่างวดจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย฿15,000
ค่างวดหลังช่วงจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย฿19,329
ค่างวดที่เพิ่มขึ้น
฿4,329.04
ดอกเบี้ยรวม
฿3,698,713
ค่างวดสินเชื่อปกติ
฿17,987
ดอกเบี้ยส่วนเพิ่มเทียบกับสินเชื่อปกติ
฿223,567
  • เงินต้น฿3,000,00044.8%
  • ดอกเบี้ย฿3,698,71355.2%

วิธีใช้เครื่องคำนวณนี้

  1. กรอก ยอดเงินกู้ และ อัตราดอกเบี้ย ต่อปี
  2. กรอก ช่วงจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย เป็นปี เช่น 5 ปีแรกของสัญญา
  3. กรอก ระยะเวลากู้รวม ทั้งสัญญา เป็นปี
  4. ดู ค่างวดจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย เทียบกับ ค่างวดหลังช่วงจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย และ ดอกเบี้ยส่วนเพิ่มเทียบกับสินเชื่อปกติ เทียบกับสินเชื่อปกติ

สินเชื่อแบบนี้ทำงานอย่างไร

ในช่วงจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ค่างวดแต่ละเดือนเท่ากับดอกเบี้ยของยอดเงินต้นทั้งก้อน โดยไม่มีเงินส่วนใดไปลดเงินต้นเลย ยอดหนี้จึงเท่าเดิมเมื่อสิ้นสุดช่วงนั้น

ค่างวดช่วงแรก = P × r    ค่างวดช่วงหลัง = P × r(1 + r)^m / ((1 + r)^m − 1)
  • P = ยอดเงินกู้
  • r = ดอกเบี้ยต่อเดือน (อัตราต่อปี ÷ 12 ÷ 100)
  • m = จำนวนงวดที่เหลือหลังหมดช่วงจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย

หลังจากนั้น เงินต้นเต็มจำนวนต้องผ่อนให้หมดในเวลาที่เหลือ ซึ่งสั้นกว่าสัญญาปกติ ค่างวดจึงสูงขึ้นอย่างมาก เครื่องมือจะคำนวณค่างวดช่วงหลังด้วยสูตรผ่อนเท่ากันทุกงวดสำหรับระยะเวลาที่เหลือ

ตัวอย่าง: กู้ 3 ล้านบาท ดอกเบี้ย 6% จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย 5 ปี

กู้ 3,000,000 บาท ดอกเบี้ย 6% ระยะเวลารวม 30 ปี โดย 5 ปีแรกจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย ค่างวดช่วงแรกคือ 15,000 บาท ต่อเดือน แต่หลังจากนั้นอีก 25 ปีค่างวดเพิ่มเป็น 19,329 บาท สูงขึ้น 4,329 บาท

สินเชื่อปกติผ่อน 30 ปีตั้งแต่แรกมีค่างวด 17,987 บาท ตลอดสัญญา ดอกเบี้ยรวมของแบบจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยอยู่ที่ราว 3,698,713 บาท มากกว่าสินเชื่อปกติราว 223,567 บาท ค่างวดที่ต่ำลงในตอนแรกจึงต้องแลกกับต้นทุนรวมที่สูงขึ้น

ใช้ผลลัพธ์ตัดสินใจอย่างไร

ถามตัวเองว่ารายได้ตอนค่างวดพุ่งขึ้นจะรองรับได้หรือไม่ ลองดูว่าตัวเลขค่างวดช่วงหลังเมื่อเทียบกับรายได้สุทธิยังสบายอยู่ไหม ใช้ เครื่องคำนวณสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ ช่วยเช็ก

รูปแบบนี้เหมาะกับกรณีที่คุณมีแผนชัดเจน เช่น รู้ว่าจะมีรายได้ก้อนใหญ่เข้ามาในอีกไม่กี่ปีเพื่อโปะเงินต้น ไม่เหมาะถ้าหวังเพียงให้ค่างวดต่ำชั่วคราวโดยไม่มีแผนรองรับ

ความเสี่ยงและวิธีลดความเสี่ยง

  • ในช่วงจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยคุณไม่ได้สร้างส่วนทุนในบ้านเพิ่มขึ้น ถ้าราคาบ้านตก ยอดหนี้อาจสูงกว่ามูลค่าบ้าน
  • ค่างวดที่พุ่งขึ้นหลังหมดช่วงอาจกดดันงบ ควรเก็บเงินส่วนต่างเท่ากับค่างวดที่จะเพิ่มไว้ตั้งแต่ตอนแรก
  • ถ้าดอกเบี้ยเป็นแบบลอยตัว ค่างวดช่วงแรกและช่วงหลังอาจต่างจากที่คำนวณ
  • โปะเงินต้นเพิ่มเมื่อมีเงินก้อน เพื่อลดดอกเบี้ยรวมและลดแรงกระแทกของค่างวดช่วงหลัง
  • ลองเทียบกับการรีไฟแนนซ์ก่อนหมดช่วง โดยใช้ เครื่องคำนวณรีไฟแนนซ์

ข้อสมมติและข้อจำกัด

เครื่องมือสมมติว่าดอกเบี้ยคงที่ตลอดสัญญา ค่างวดช่วงหลังเท่ากันทุกเดือน และคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ไม่รวมค่าธรรมเนียม ภาษี ประกัน และการเปลี่ยนแปลงของดอกเบี้ยลอยตัว

สินเชื่อบ้านทั่วไปในไทยจำนวนมากไม่มีช่วงจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยตามสัญญา สินเชื่อบางประเภทเช่นเงินกู้เพื่อธุรกิจอาจมีรูปแบบคล้ายกัน ตรวจสอบเงื่อนไขจริงกับธนาคารก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

สินเชื่อจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยคืออะไร

สินเชื่อที่ช่วงแรกจ่ายแค่ดอกเบี้ยของยอดกู้เต็ม ไม่มีเงินต้นลดลง แล้วจึงเริ่มผ่อนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยในช่วงหลัง

ทำไมค่างวดช่วงหลังถึงสูงกว่าสินเชื่อปกติ

เพราะต้องผ่อนเงินต้นทั้งก้อนให้หมดในเวลาที่สั้นลง จึงต้องจ่ายต่องวดมากกว่าสินเชื่อที่ผ่อนต้นมาตั้งแต่เดือนแรก

จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยช่วยประหยัดดอกเบี้ยไหม

ไม่ช่วย ดอกเบี้ยรวมมักสูงกว่าสินเชื่อปกติ เพราะเงินต้นอยู่ที่ยอดเต็มนานกว่า

ควรเลือกช่วงจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยกี่ปี

ช่วงสั้นพอที่คุณมั่นใจว่ามีรายได้หรือเงินก้อนรองรับค่างวดที่สูงขึ้น และลองเผื่ออีกอย่างน้อยหนึ่งระดับของดอกเบี้ยที่อาจเพิ่มขึ้น

แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

ตรวจสอบล่าสุด 10 ตุลาคม 2569 · วิธีคำนวณ